วัดเวฬุวันบ้านโพธิ์ จังหวัดอุดรธานี

วัดเวฬุวัน เดิมชื่อวัดสวนไผ่ พระและชาวบ้านร่วมสร้างเมื่อ 2433 วัดสวนไผ่ หรือวัดเวฬุวันนิเวศน์ มีเจ้าอาวาส 18 รุ่น ปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 19

วัดเวฬุวัน บ้านโพธิ์ในอดีต เป็นจุดที่ก่อกำเนิดชุมชนต่างๆในตำบลบ้านโคกปัจจุบัน เช่น บ้านโคก – ดอนเดื่อ – ดอนบาก

ในสมัยนั้นพระอาจารย์ทองเป็นเกจิอาจารย์ที่โด่งดังมากในเรื่องเวทย์มนต์กลคาถา/ เครื่องลางของขลังและได้มรณะภาพที่วัดสวนไผ่ บ้านโพธิ์พระอัฐิบรรจุไว้ที่ องค์พระประธานวัดเวฬุวัน บ้านโพธิ์ในปัจจุบันนี้ ซึ่งนิยมเรียกว่า “ญาครูทอง” องค์ศักดิ์สิทธิ์ที่บ้านโพธิ์เดี๋ยวนี้

เมื่อประมาณ ปี พ.ศ 2447 บ้านโพธิ์เกิดอัคคีภัย(ไฟไหม้)ครั้งใหญ่บ้านวอดไปหลายหลังคา เหลือเพียงไม่กี่หลังคาที่อยู่ใกล้บริเวณ วัดบ้านโพธิ์ สร้างความโศกเศร้าสลดใจ ไม่มีที่พักพิง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปอยู่อาศัยตาม เถียงนา เช่นนาดอนเดื่อ – นาดอนบาก แต่บางครอบครัว ก็ปลูกบ้านใหม่อยู่ที่เดิม และมีหลายครอบครัวย้ายไปปลูกสร้างบ้านใหม่อยู่ตามไร่ ตามสวนแถวโคก(บ้านโคก) ใกล้บ้าน ซึ่งเป็น ที่ดอนเนินสูงลาดชัน อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ และ สัตว์ป่า นานาชนิดในสมัยนั้น

วัดศรีสำราญ บ้านโคก

 

ประวัติวัดศรีสำราญบ้านโคก
เดิมชื่อว่า วัดบ้านโคก ตั้งอยู่ที่บ้านโคก ซึ่งติดกับถนน เพ็ญ – สร้างคอม มีเนื้อที่ ประมาณ 6 ไร่ และ มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินเพิ่ม ปัจจุบันมีที่ดินอยู่ประมาณ 12 ไร่ วัดบ้านโคกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ
ปี่ พ.ศ 2448 หลังจากก่อตั้งบ้านโคก ประมาณ 1 ปี
เคยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 31
กรกฎาคม พ.ศ 2493 และตั้งชื่อว่า วัดศรีสำราญ บ้านโคกตลอดมา จนปัจจุบัน

ประวัติการบริหารและการปกครองฝ่ายสงฆ์
1. พระพิมพ์ พ.ศ 2448 – 2453 เป็นเจ้าอาวาส
2. พระแพง พ.ศ 2453 – 2458 ,,
3. พระพรมมา พ.ศ 2458 – 2465 เป็นเจ้าอาวาส
4. พระลา 2465 – 2472 ,,
5. พระพุทฒา พุทธาจาโร 2472 – 2478 ,,
6. พระทองดำ จนทุปโม 2478 – 2489 ,,
7. พระเบี้อย อุปติสโส 2489 – 2491 ,,
8. พระอ่อนดี กิตติวโร 2491 – 2493 ,,
9. พระบัว ญาณสมฺปนฺโน 2493 – 2497 ,,
10. พระพาย อุตตโม 2497 – 2499 ,,
11. พระนาย กิตติปโร 2499 – 2501 ,,
12. พระเบ็ง เขมิโก 2501 – 2502 ,,
13. พระสีดา อาจาโร 2502 – 2505 ,,
14. พระวันที วรปญฺโญ 2505 – 2512 ,,
15. พระครู โพธิศิริคุณ 2512 – 2538 ,,
16. พระเหรียญชัย ธมฺมโชโต 2538 – 2543 ,,
17. พระอธิการกันหา กลฺยาโณ 2543 – จนปัจจุบัน

แผนที่จังหวัดอุดรธานี


อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนือ จดจังหวัดหนองคาย
ทิศใต้ จดจังหวัดขอนแก่น และกาฬสินธุ์
ทิศตะวันออก จดจังหวัดสกลนคร
ทิศตะวันตก จดจังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดเลย

แผนที่แสดงที่ตั้งและอาณาเขต

การปกครอง

การปกครองแบ่งออกเป็น 18 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ 155 ตำบล 1,666 หมู่บ้าน 1 เทศบาล 150 องค์การบริหารส่วนตำบล และ 29 สุขาภิบาล ดังนี้

อำเภอเมือง
อำเภอหนองวัวซอ 39 กม.
อำเภอหนองหาน 35 กม.
อำเภอบ้านผือ 55 กม.
อำเภอบ้านดุง 84 กม.
อำเภอกุมภวาปี 43 กม.
อำเภอโนนสะอาด 53 กม.
อำเภอกุดจับ 24 กม.
อำเภอวังสามหมอ 96 กม.
อำเภอสร้างคอม 68 กม.
อำเภอทุ่งฝน 65 กม.
อำเภอไชยวาน 62 กม.
อำเภอหนองแสง 35 กม.
อำเภอเพ็ญ 43 กม.
อำเภอน้ำโสม 110 กม.
อำเภอนายูง 129 กม.
อำเภอศรีธาตุ 72 กม.
อำเภอพิบูลย์รักษ์ 63 กม.
กิ่งอำเภอกู่แก้ว 65 กม.
กิ่งอำเภอประจักษ์ศิลปาคม 36 กม.

โครงสร้างราชการบริหารส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นในจังหวัด
การจัดองค์กรราชการบริหารส่วนภูมิภาค มี หน่วยราชการที่อยู่ในการกำกับดูแลของ ผู้ว่าราชการจังหวัด คือ ส่วนราชการต่างๆ ใน ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน
ส่วนราชการใน ระดับจังหวัดเป็นหน่วยงาน 2 ลักษณะ คือ หน่วยราชการ บริหารส่วนภูมิภาคประจำจังหวัด และหน่วยราชการบริหาร ส่วนกลางในจังหวัด (ที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง )
หน่วยราชการบริหารส่วนภูมิภาคประจำจังหวัดของ จังหวัดอุดรธานี มีทั้งสิ้น 32 หน่วยงาน สังกัดกระทรวงมหาดไทย 8 หน่วยงาน และสังกัดกระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ อีก 24 หน่วยงาน
ส่วนหน่วยราชการบริหารส่วนกลางในจังหวัด มีทั้งสิ้น 67 หน่วยงาน เป็นหน่วยงานที่สังกัด กระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ ทั้งสิ้น 53 หน่วยงาน หน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย 7 หน่วยงาน และหน่วยงานอิสระ 7 หน่วยงาน ส่วนการจัดองค์กรราชการบริหาร ส่วนท้องถิ่น มี 4 รูปแบบ คือ องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

อ่างเก็บน้ำพาน อำเภอสร้างคอม

อ่างเก็บน้ำพานเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ภูมิทัศน์สวยงาม มีปลาน้ำจืดชุกชุมซึ่งมีประชาชนในพื้นที่ตำบลสร้างคอม และตำบลใกล้เคียงอาศัยหากิน มีพื้นที่ 4,300 ไร่ เป็นแหล่งน้ำจืดธรรมชาติขนาดใหญ่ของอำเภอสร้างคอม ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลสร้างคอม,ตำบลนาสะอาดและตำบลเชียงดา

อำเภอสร้างคอม ตั้งอยู่ที่พิกัด TE 985718 มีพื้นที่ทั้งหมด 287,179 ตารางกิโลเมตร หรือ 179,498 ไร่ ประชากร 6,230 ครัวเรือน 28,733 คน อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดอุดรธานี เป็นระยะทาง 68 กิโลเมตร

วนอุทยาน ภูฝอยลม


ตำนานภูฝอยลม

“ภูฝอยลม” เป็นพื้นที่ภูเขาที่มีสภาพอุดมสมบรูณ์อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติพันดอน-ปะโค อำเภอหนองแสงจังหวัดอุดรธานี สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 600 เมตร ตั้งชื่อตามชื่อของไลเคนชนิดหนึ่ง ชื่อว่า “ฝอยลม”ซึ่งเกาะอาศัยอยู่ตามกิ่งของต้นไม้ใหญ่กระจายอยู่เต็มพื้นที่ ต่อมาได้มีการให้สัมปทานทำไม้และมีราษฎรเข้ามาจับจองและบุกรุกพื้นที่เพื่อจัดตั้งหมูบ้าน จึงทำให้สภาพป่าเริ่มเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ จนทำให้ ”ฝอยลม”เริ่มน้อยลง จนแทบจะหาไม่ได้ในพื้นที่
ในระหว่างปี 2538-3532 ส่วนราชการต่างๆนำโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ในขณะนั้น (นายสายสิทธิ พรแก้ว) ได้ร่วมกันเคลื่อนย้ายราษฎร เหล่านั้นอกจากพื้นที่ป่า โดยจัดให้อยู่พื้นที่ใหม่ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบกับการทำลายนิเวศ
ปี 2533 สำนักงานป่าไม้เขตจังหวัดอุดรธานี ได้จัดอบรมเยาวชน เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ชื่อว่า “โครงการเยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้” เพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงทัศนะคติให้คนรุ่นใหม่ได้หันมาสนใจ และเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ต่อมาในปี 2535 ได้ทำการปรับปรุงหลักสูตรและกิจกรรมอบรมให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ละเปลี่ยนชื่อโครงการใหม่เป็น “โครงการเยาวชนพิทักษ์ไพร” โดยใช้ชื่อย่อว่า “ย.พ.พ.”
ปี 2535 กรมป่าไม้ได้อนุมัติงบประมาณ จัดทำโครงการสวนรวมพรรณป่าไม้ 60 พรรษา มหาราชินี เพื่อเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และเพื่อเป็นแหล่งรวบรวมพันธ์ไม้ป่า ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนเป้นสถานที่สำหรบหารศึกษาและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดอุดรธานี
ปี 2541 กรมป่าไม้ได้อนุมัติงบประมาณ จัดทำโครงการ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าพันดอน-ปะโค ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการสร้างแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นโดยพัฒนาป่าสงวนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
ปี 2545 ในสมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว โดยการนำเสนอและการสนับสนุนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขต 4 ( นายธีระยุทธ วานิชชัง ) จึงได้รับอนุมัติเงินก่อสร้างบ้านพักห้องน้ำ ศาลาห้องประชุม ศาลาพักผ่อนแหล่งน้ำ และปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่ ให้บริการ และเปลี่ยนชื่อโครงการใหม่เพื่อความสะดวกในการจดจำ และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เป็น “ โครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ภูฝอยลม “ ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “ Phu Foilom Ecotourism Project” และในปีเดียวกันนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี (นายชัยพร รัตนนาคะ) ได้มีแผนการที่จะพัฒนาพื้นที่ ภูฝอยลม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาค จึงได้หางบประมาณสร้างแหล่งน้ำเพิ่มเติม สร้างถนนลาดยาง และจัดทำโครงการอุทยานก่อนประวัติศาสตร์ และเส้นทางไดโนเสาร์ โดยมรการสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ ปั้นไดโนเสาร์ชนิดต่างๆ ขนาดเท่าของจริง ปั้นจระเข้และเต่าโบราณ จัดทำหุ่นจำลองและวิวัฒนาการ ของลิงจนกลายเป็นมนุษย์ จัดทำนาฬิกาแดด โดยมีเส้นทางเดินเท้าและการปรับปรุงภูมิทัศน์ในบริเวณโดยรอบ
ทั้งนี้ ในการจัดสร้างอุทยานก่อนประวัติศาสตร์ดังกล่าว ในเวลาดำเนินการเพียง 96 วัน (ตั้งแต่ วันที่ 1ตุลาคม 2545 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2546)

ถ้ำและเพิงหินต่างๆ


ถ้ำและเพิง หินต่างๆ ตั้งกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณอุทยานฯ แห่งนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ในระยะ ทางไม่ไกลนัก ได้แก่ ถ้ำลายมือ ถ้ำโนนสาวเอ้ ถ้ำคน ถ้ำวัวแดง (ซึ่งถ้ำ เหล่านี้ สันนิษฐาน ว่าอาจจะเป็นที่พำนักของมนุษย์ สมัยหิน และมนุษย์เหล่านั้นได้เขียนรูปต่างๆ ไว้ เช่น รูปคน รูปมือรูปสัตว์ และรูปลายเรขาคณิต) นอกจากนั้นยังมีลานหินที่สวย งาม คือ ลานหินโนนสาวเอ้ ธรรมชาติได้สร้าง เพิงหินต่างๆ ไว้ ทำให้มนุษย์รุ่นหลังๆ ได้ จินตนาการผูกเป็นเรื่องตำนานพื้นบ้านคือ เรื่อง”นาง อุสา-ท้าวบารส” เพิงหินที่สวยงาม เหล่านี้ ได้แก่ คอกม้าท้าวบารส หอนางอุสา บ่อน้ำ นางอุสานอกจาก นั้นยังพบ ชิ้นส่วนสลักเสมา และหินทรายจำหลัก พระพุทธรูป ศิลปะสมัยทวาราวดี ที่เพิงหินวัดพ่อตา และเพิงหินวัดลูกเขย

อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง

อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง อยู่บนเส้นทางหลวงแผ่น ดินสายอุดรธานี-เลย ตรงกิโลเมตรที่๑๕แล้วแยก เข้าไปอีก ๑๐ กิโลเมตร เป็นอ่างเก็บน้ำขนาด ใหญ่ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นอ่าง เก็บ น้ำเพื่อการเกษตรการประมง การจ่ายน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาเป็นสถานที่ ท่อง เที่ยวที่มีภูมิประเทศที่สวยงาม เหมาะสำหรับการล่องแพ ตกปลา และนั่งเรือ เล่น ปัจจุบันทางราชการได้สร้างพระตำหนักที่ ประทับของสมเด็จ พระศรีนครินทรา บรมราชนนี